รวม ตัวอักษรย่อของเงินแต่ละสกุล

0 ความคิดเห็น

1. AED เดอร์แฮมสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
2. AFN อัฟกานีอัฟกานิสถาน
3. ALL เลกแอลเบเนีย
4. AMD แดรมอาร์เมเนีย
5. ANG กิลเดอร์เนเธอร์แลนด์แอนทิลลิส
6. AOA ควันซาแองโกลา
7. ARS เปโซอาร์เจนตินา
8. AUD ดอลลาร์ออสเตรเลีย
9. AWG กิลเดอร์อารูบา
10. AZM มานัตอาเซอร์ไบจาน
11. BAM มาร์กคอนเวอร์ทิเบิลบอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา
12. BBD ดอลลาร์บาร์เบโดส
13. BDT ตากาบังกลาเทศ
14. BGN เลฟบัลแกเรีย
15. BHD ดีนาร์บาห์เรน
16. BIF ฟรังก์บุรุนดี
17. BMD ดอลลาร์เบอร์มิวดา
18. BND ดอลลาร์บรูไน
19. BOB โบลีเวียโนโบลิเวีย
20. BOV Bolivian Mvdol (Funds code)
21. BRL เรียลบราซิล
22. BSD ดอลลาร์บาฮามาส
23. BTN เอ็งกุลตรัมภูฏาน
24. BWP ปูลาบอตสวานา
25. BYR รูเบิลเบลารุส
26. BZD ดอลลาร์เบลีซ
27. CAD ดอลลาร์แคนาดา
28. CDF ฟรังก์คองโก
29. CHF ฟรังก์สวิส
30. CLF Chilean Unidades de fomento (Funds code)
31. CLP เปโซชิลี
32. CNY หยวนเหรินหมินปี้ (สาธารณรัฐประชาชนจีน)
33. COP เปโซโคลอมเบีย
34. COU Colombian unidad de valor real (added to the COP)
35. CRC โกลองคอสตาริกา
36. CSD ดีนาร์เซอร์เบีย
37. CUC Cuban convertible peso (replaced USD as additional national currency in November 2004)
38. CUP เปโซคิวบา (still in use)
39. CVE เอสคูโดเคปเวิร์ด
40. CYP ปอนด์ไซปรัส
41. CZK โครูนาเช็ก
42. DJF ฟรังก์จิบูตี
43. DKK โครนเดนมาร์ก
44. DOP เปโซโดมินิกัน
45. DZD ดีนาร์แอลจีเรีย
46. EEK ครูนเอสโตเนีย
47. EGP ปอนด์อียิปต์
48. ERN แนกฟาเอริเทรีย
49. ETB เบอร์เอธิโอเปีย
50. EUR ยูโร
51. FJD ดอลลาร์ฟิจิ
52. FKP ปอนด์หมู่เกาะฟอล์กแลนด์
53. GBP ปอนด์สเตอร์ลิง (สหราชอาณาจักร)
54. GEL ลารีจอร์เจีย
55. GHC เซดีกานา
56. GIP ปอนด์ยิบรอลตาร์
57. GMD ดาลาซีแกมเบีย
58. GNF francGuinea
59. GTQ Guatemalan quetzal
60. GYD ดอลลาร์กายอานา
61. HKD ดอลลาร์ฮ่องกง
62. HNL Honduran lempira
63. HRK Croatian kuna
64. HTG กูร์ดเฮติ
65. HUF ฟอรินต์ฮังการี
66. IDR รูเปียห์อินโดนีเซีย
67. ILS เชเกลอิสราเอล
68. INR รูปีอินเดีย
69. IQD ดีนาร์อิรัก
70. IRR เรียลอิหร่าน
71. ISK โครนาไอซ์แลนด์
72. JMD ดอลลาร์จาเมกา
73. JOD ดีนาร์จอร์แดน
74. JPY เยนญี่ปุ่น
75. KES ชิลลิงเคนยา
76. KGS ซอมคีร์กีซสถาน
77. KHR เรียลกัใพชา
78. KMF ฟรังก์คอโมโรส
79. KPW วอนเกาหลีเหนือ
80. KRW วอนเกาหลีใต้
81. KWD ดีนาร์คูเวต
82. KYD ดอลลาร์หมู่เกาะเคย์แมน
83. KZT เทงเจคาซัคสถาน
84. LAK กีบลาว
85. LBP ปอนด์เลบานอน
86. LKR รูปีศรีลังกา
87. LRD ดอลลาร์ไลบีเรีย
88. LSL โลตีเลโซโท
89. LTL ลีตัสลิทัวเนีย
90. LVL ลัตลัตเวีย
91. LYD ดีนาร์ลิเบีย
92. MAD เดอร์แฮมโมร็อกโก
93. MDL ลิวมอลโดวา
94. MGA อะเรียรีมาดากัสการ์
95. MKD เดนาร์มาซิโดเนีย
96. MMK จ๊าดพม่า
97. MNT ทูกริกมองโกเลีย
98. MOP ปาตากามาเก๊า
99. MRO อูกียามอริเตเนีย
100. MTL ลีรามอลตา
101. MUR รูปีมอริเชียส
102. MVR Maldives rufiyaa
103. MWK Malawi kwacha
104. MXN เปโซเม็กซิโก
105. MXV Mexican Unidad de Inversión (UDI) (Funds code)
106. MYR ริงกิตมาเลเซีย
107. MZM Mozambique metical
108. NAD ดอลลาร์นามิเบีย
109. NGN Nigerian naira
110. NIO Nicaraguan córdoba
111. NOK โครนนอร์เวย์
112. NPR รูปีเนปาล
113. NZD ดอลลาร์นิวซีแลนด์
114. OMR Omani rial
115. PAB Panamanian balboa
116. PEN Peruvian nuevo sol
117. PGK Papua New Guinea kina
118. PHP เปโซฟิลิปปินส์
119. PKR รูปีปากีสถาน
120. PLN ซวอตีโปแลนด์
121. PYG Paraguayan guaraní
122. QAR Qatari rial
123. RON ลิวโรมาเนีย
124. RUB Russian ruble
125. RWF Rwandan franc
126. SAR Saudi Arabian riyal
127. SBD ดอลลาร์หมู่เกาะโซโลมอน
128. SCR รูปีเซเชลส์
129. SDD Sudanese dinar
130. SEK Swedish krona
131. SGD ดอลลาร์สิงคโปร์
132. SHP ปอนด์เซนต์เฮเลนา
133. SIT Slovene tolar
134. SKK Slovak koruna
135. SLL Sierra Leonean leone
136. SOS Somali shilling
137. SRD ดอลลาร์ซูรินาเม
138. STD São Tomé and Príncipe dobra
139. SYP ปอนด์ซีเรีย
140. SZL ลิลังเจนีสวาซิแลนด์
141. THB บาทไทย
142. TJS โซโมนีทาจิกิสถาน
143. TMM มานัตเติร์กเมนิสถาน
144. TND Tunisian dinar
145. TOP Tongan Pa'anga
146. TRY ลีราตุรกี
147. TTD ดอลลาร์ตรินิแดดและโตเบโก
148. TWD ดอลลาร์ไต้หวัน
149. TZS ชิลลิงแทนซาเนีย
150. UAH ฮริฟเนียยูเครน
151. UGX ชิลลิงยูกันดา
152. USD ดอลลาร์สหรัฐ
153. USN United States dollar (Next day) (Funds code)
154. USS United States dollar (Same day) (Funds code) (one source claims it is no longer used, but it is still on the ISO 4217-MA list)
155. UYU เปโซอุรุกวัย
156. UZS ซอมอุซเบกิสถาน
157. VEB โบลีวาร์เวเนซุเอลา
158. VND ดองเวียตนาม
159. VUV วาตูวานูอาตู
160. WST Samoa Tala
161. XAF CFA franc BEAC
162. XAG Silver ounce
163. XAU Gold ounce
164. XBA European Composite Unit (EURCO) (Bonds market unit)
165. XBB European Monetary Unit (E.M.U.-6) (Bonds market unit)
166. XBC European Unit of Account 9 (E.U.A.-9) (Bonds market unit)
167. XBD European Unit of Account 17 (E.U.A.-17) (Bonds market unit)
168. XCD ดอลลาร์แคริบเบียนตะวันออก
169. XDR Special Drawing Rights (IMF)
170. XFO Gold-franc (Special settlement currency)
171. XFU UIC franc (Special settlement currency)
172. XOF CFA franc BCEAO
173. XPD Palladium ounce
174. XPF CFP franc
175. XPT Platinum ounce
176. XTS Code reserved for testing purposes
177. XXX No currency
178. YER เรียลเยเมน
179. ZAR แรนด์แอฟริกาใต้
180. ZMK ควาชาแซมเบีย
181. ZWD ดอลลาร์ซิมบับเว

ศึกษาข้อมูลได้ที่ http://siammetatrader.com/index.php/topic,61.0.html

มีทุนน้อยจะลงทุนใน Forex อย่างไรดี?

- จากที่เราสั่งซื้อด้วยเงินเพียง $1 ของเราเอง กำไรมันน้อยนิดมาก ขนาด +50 จุดยังทำเงินได้ 17 สตางค์เอง หากเราอยากทำกำไรเยอะๆ เช่น pip ละ $1 (50 pip ก็คือ $50) เราต้องสั่งเทรดถึง $10,000 เลยทีเดียว มีทุนไม่พอแน่ ทำไงดี ตรงนี้แหล่ะคjtที่ Leverage เข้ามามีผล Leverage มีผลกับการ เทรด Forex อย่างไร เรามาดูกัน

มารู้จัก Leverage กันค่ะ
- Leverage 1:100 แปลว่า เราใช้ทุนของเราเองเพียง 1 เพื่อสั่งซื้อ-ขาย 100 เช่น เราจะสั่งซื้อ EUR มาถือไว้ โดยจะซื้อที่ราคา 1.3502 จำนวน 100 USD (คือได้มา 74.0631 EUR) เราไม่ต้องใช้ 100 USD ค่ะ เราจะใช้เพียง 1 USD เพื่อแลก 74.0631 EUR มาถือไว้ ซึ่งเมื่อเราขายคืนไปที่ 1.3552 หรือกำไรมา 0.0050 แทนที่เราจะกำไรแค่ นั้น จะกลายเป็นว่าเราจะทำกำไรได้ 0.50 usd แปลว่าเราสามารถทำกำไรได้ 50% จากเงินที่เราลง (เราลงเพียง $1 เพื่อทำกำไร $0.50)

- แต่ไม่ต้องห่วงนะค่ะ ว่าเราจะมีเงินพอรึเปล่า เวลามี Leverage แบบนี้ เพราะเวลาเทรดเราจะสั่งเทรดอย่างมาก ไม่เกิน 40% ของทุน (แต่แนะนำที่ 10% ค่ะ จะได้มีเหลือไว้แก้ตัว) เช่นถ้าเรามีทุน $100 เราก็สั่งเทรดเพียง $10 หรือ 10% (แต่เวลาสั่ง $10 คือ 1,000 unit นะค่ะ ที่ Leverage 1:100) 10% ที่ใช้ เราจะเรียกว่า used margin เวลาราคาวิ่งขึ้นหรือลง มันจะมาบวก หรือ ลบ ที่ 90% ที่เหลือ หรือที่เรียกว่า available margin หากเราติดลบไปเรื่อยๆ จน available หมด ระบบจะทำการตัดขาดทุน โดยการปิด order นี้ โดยอัตโนมัติ นั่นคือ โบรกเกอร์จะไม่ยอมขาดทุนแทนเราหรอกค่ะ

- คิดคร่าวๆ คือ เราจะทำกำไร (ขาดทุน) ได้ ประมาณ 1% ต่อ pip จากเงินทุนของเรา (คู่อื่นอาจจะไม่ถึง 1% บางคู่ก็มากกว่า เช่น EUR/GBP ตกประมาณ 2% ค่ะ) นั่น หมายความว่า ด้วยทุนเพียง $100 (3,400 บาท) คุณจะสามารถทำกำไรได้ถึงจุดละ $1 (สั่งเทรด 10,000 unit) หากทำได้ 10 จุดต่อวัน ก็วันละ $10 หรือ 340 บาท (โดยประมาณ) หรือวันละ 10% และด้วยทุนเพียง $1,000 (34,000 บาท) เราจะสามารถทำกำไรได้ถึงจุดละ $10 (สั่งเทรด 100,000 unit) หากทำได้ 10 จุดต่อวัน ก็วันละ $100 หรือ 3,400 บาท หรืออาจจะเริ่มเพียง $1 (34 บาท) โดยจะได้จุดละประมาณ 1 เซ็นต์

- ค่อยๆ สะสมไปก็ได้ค่ะ เพราะมีแล้วคนที่ปั้น $5 จากทุนฟรีที่ Marketiva (โบรกเกอร์) มีให้ ไปเป็น $1,000 ใน 3 เดือน ลอง คิดดูเล่นๆู ล่ะกันค่ะ ถ้าเพียงคุณสามารถทำกำไรได้ 10% ของทุนต่อวัน เพิ่มไปเรื่อยๆ 6 เดือน (120 วันเทรด) จะเป็นเงินเท่าไหร่ จากทุนเพียง $5 เป็น $463,545.34 หรือ 15,765,541.60 บาท ครับ โอ้ววววว พระเจ้าช่วย (ทำได้แค่ 5% ของไอเดียนี้ก็สุดยอดแล้วค่ะ)

- ปกติ EUR/USD จะไม่แรงมาก ทำวันละ 20-30 จุดได้ หากเป็นบางคู่ เช่น GBP/JYP (ทุกวันนี้ผมเล่น GBP/JYP เป็นหลัก เพราะแรง เร้าใจ) ดิฉันเคยทำได้มากสุด +250 จุด เพียงช่วงเวลาที่หลับ (เที่ยงคืน) จนมาถึงเวลาที่ตื่น (7 โมงครึ่ง) หรือ 250% ของเงินทุนที่เทรด

- ที่ FxOpen (โบรกเกอร์) ให้เราสามารถ up Leverage ได้สูงสุดถึง 1:500 นั่นแปลว่า เราใช้ทุนตัวเองเพียง $200 ในการเทรด 100,000 unit (หรือ 1 lot จะได้จุดละ $10) เอง

- แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น Leverage ก็เป็นดาบ 2 คม ที่ทั้งทำให้ รวย-จน ได้ในพริบตา Leverage และการที่มันวิ่งขึ้นลงทั้งวัน นี่แหล่ะค่ะ ที่ทำให้ Forex สนุก และเร้าใจ

คุณสามารถลงทุนใน Forex แทนได้ โดยใช้ทุนเริ่มต้นเพียงน้อยนิด มาเริ่มเรียนรู้การลงทุนและทำเงินจาก Forex Trading ได้ที่นี่ และจงจำไว้เสมอว่า "การลงทุนมีความเสี่ยง"

ศึกษาข้อมูลได้ที่ http://siammetatrader.com/index.php/topic,57.0.html

ค่าคอมมิสชัน ในการเทรด Forex

โบรคเกอร์ forex หลายโบรคเกอร์ ได้โฆษณาว่าฟรีค่าคอมมิสชัน (Commission) แต่จริงๆ แล้วมันเป็นยังไง?

อัน ที่จริงการเทรด forex นั้นต้องเสียค่าใช้จ่าย (จะเรียกว่าค่าคอมมิสชัน หรือไม่ก็ตาม) ถือว่าสูงมาก เมื่อเทียบกับการซื้อขายหุ้น หรือกองทุนในบ้านเราซึ่งมีค่าคอมมิสชันจะอยู่ที่ประมาณ 0.2% ของมูลค่าที่ทำการเทรด ดังนั้นการที่โบรคเกอร์ forex ส่วนใหญ่ ทำการตลาดโดยอ้างว่า ฟรีค่าคอมมิสชัน ที่จริงแล้วมันไม่จริงทั้งหมด และอาจทำให้เข้าใจผิดได้

ในตลาด forex นั้น คล้าย กับตลาดอื่น ๆ นั้นคือมีการตั้งซื้อ (Bid) และตั้งขาย (Ask) ราคาตั้งซื้อคือราคาที่เราสามารถขายได้ในขณะนั้น ส่วนราคาตั้งขายก็คือราคาที่เราสามารถซื้อได้ในขณะนั้น

ผลต่าง ระหว่างราคาตั้งซื้อ และตั้งขาย นั้นเรียกว่า Spread ยกตัวอย่าง EUR/USD ราคา Bid ที่1.4156 และ Ask ที่ 1.4159 ดังนั้นค่า Spread ของ EUR/USD จะเท่ากับ 0.0003 หรือ 3 PIPS ถ้าเราทำการเปิด Order ทำการซื้อขณะนั้น เราจะซื้อได้ที่ 1.4159 และ Transaction ของเราจะขึ้นเป็น -3 PIPS ทันที ถ้าเราปิดออร์เดอร์ขณะนั้นโดยอัตราแลกเปลี่ยนยังไม่เปลี่ยนแปลงเราจะขายได้ ที่ 1.4156 และขาดทุนทันที 0.0003 หรือ 3 PIPS จะเห็นได้ว่า ถ้ายิ่ง Spread กว้างมาก เราก็จะต้องจ่ายส่วนต่างนี้มากขึ้นไปด้วย ส่วนต่างตรงนี้เองที่ส่วนหนึ่งเป็นรายได้ของโบรคเกอร์ และเรา หรือผู้เทรดจำเป็นจะต้องจ่ายทุกครั้งที่เปิด Order ทำการเทรด

บางคน อาจจะเห็นว่า เสียแค่ 0.0003 จากราคาประมาณ 1.4 นั้นไม่เท่าไหร่เองหนิ ถ้าคิดเป็นเปอร์เซ็นก็แค่ประมาณ 0.03% เอง แต่อย่าลืมนะครับว่าการเทรด Forex นั้นมีระบบ Leverage ถ้า Leverage ที่ 1:100 นั้นก็เสมือนว่าเราส่งคำสั่งซื้อด้วยเงินทุน 100 เท่าจากเงินทุนจริงของเรา ดังนั้นถ้าเทียบกับเงินทุนจริงของเรา มันจะไม่ใช่ 0.03% แต่มันจะเป็น 3% นั้นเอง หรือถ้าเทรดในระบบLeverage 1:500 จำนวนเงินตรงนี้ก็จะยิ่งสูงขึ้นไปอีกเป็น 15% ของเงินทุนจริงของเรา ที่นี้จะเห็นเลยใช่ไหม๊ครับ ว่ามันแพงหูฉี่เลยทีเดียว

โบรคเกอร์แต่ ละที่จะมีค่า Spread ที่แตกต่างกันไป รวมไปถึง คู่อัตราแลกเปลียน แต่ละคู่ก็อาจมี Spread ที่แตกต่างกันด้วย หรือแม้กระทั้งคู่สกุลเงินคู่เดียวกัน แต่คนละช่วงเวลา บางโบรคเกอร์ค่า Spread ก็สามารถขึ้นลง และไม่ Fix ด้วยเช่นกัน ดังนั้นก่อนเปิดใช้บริการของโบรคเกอร์ ควรตรวจสอบค่า Spread ของโบรคเกอร์นั้นๆ ให้ดีก่อนนะครับ รวมไปถึงระบบ Spread ของโบรคเกอร์นั้น ๆ ว่าเป็นแบบ Fix คงที่ หรือเปลี่ยนแปลงได้ ในกรณีที่ใช้บริการของโบรคเกอร์ที่ไม่ Fix ค่า Spread ก่อนทำการเทรดทุกครั้ง ต้องตรวจสอบค่า Spread ในขณะนั้นก่อนส่งคำสั่ง ซื้อ ขาย ถ้ารีบร้อนเกิน กลัวไม่ได้ราคาที่เลงไว้ โดยไม่ได้ตรวจสอบ Spread ให้ดี เข้าเทรดไปแล้วอาจจะตกใจภายหลังได้ครับ

จะเห็นได้ว่าการเลือกโบ รคเกอร์ ค่า Spread ก็เป็นจุดสำคัญจุดหนึ่งที่สามารถลดค่าใช้จ่ายของเราได้ ถึงแม่มันจะน้อยเมื่อเทียบ กับราคาที่วิ่งขึ้น วิ่งลง ของอัตราแลกเปลี่ยน แต่ถ้าเราประหยัดตรงนี้ได้ แค่ 1-2% ต่อการเทรดแต่ละครั้ง แต่รวมๆ หลายๆ ครั้งก็ไม่ใช่จำนวนเงินน้อย ๆ เลยนะครับ

ศึกษาข้อมูลได้ที่ http://siammetatrader.com/index.php/topic,53.0.html

ความแตกต่างของการวิเคราะห์หุ้นทางพื้นฐานกับการวิเคราะห์ทางเทคนิค article

0 ความคิดเห็น
หากบอกถึงความแตกต่างระหว่างการวิเคราะห์ทางเทคนิค และการวิเคราะห์ทางพื้นฐานแบ่งออกได้ดังนี้


พื้นฐาน - มองหา “มูลค่าที่แท้จริง” ของหลักทรัพย์นั้นๆ
-  มูลค่าที่แท้จริง “สูงกว่า” ราคาตลาด (ของแพง)
-  มูลค่าที่แท้จริง “ต่ำกว่า” ราคาตลาด (ของถูก)

เทคนิค - ดู “Demand & Supply” ของหลักทรัพย์นั้นๆ
-  ดูความต้องการของนักลงทุนว่าอยากซื้อ หรืออยากขาย
-  เป็นเรื่องของ “ Sentiment ” จิตวิทยาและสภาวะตลาด   

การวิเคราะห์ทางพื้นฐาน   “Intrinsic Value”
-  ผลตอบแทนต่อผู้ถือหุ้น เช่นเงินปันผล หรือ P/E
-  อัตราการเจริญเติบโตของบริษัท
-  ผลประกอบการของบริษัท

การวิเคราะห์ทางเทคนิค “Demand & Supply”
-  ความเคลื่อนไหว ของราคาหุ้น
-  สภาวะตลาดและ จิตวิทยามวลชน
- ทิศทางของตัวเลขดัชนีต่างๆ

ความแตกต่างทางพฤติกรรมการลงทุนของนักลงทุนทางพื้นฐานและทางเทคนิค
พื้นฐาน เน้นระยะยาว โดยซื้อแล้วเก็บ แต่สามาระยอมรับความเสี่ยงได้น้อย
เทคนิค สามารถลงทุนได้ทั้ง ระยะสั้นและระยะยาว โดยจะซื้อ-ขายตามสัญญาณทางเทคนิค และ ยอมรับความเสี่ยงได้มาก
ศึกษาข้อมูลได้ที่ http://siammetatrader.com/index.php/topic,41.0.html

วางแผนการเทรด และเทรดตามแผนของคุณ

สูตรการเทรดforexให้ได้มากกว่าเสีย

1. การวางแผนการเทรดและเทรดตามแผนของคุณ(Plan your trade And Trade your plan)
ใน การเทรด ไม่ควรตัดสินตามอารมณ์ ความรู้สึกของคุณ ว่าราคาน่าจะขึ้น ราคาน่าจะลง แล้วเปิดคำสั่งเทรด คุณจำเป็นจะต้องมีการวางแผนในการเทรดเพื่อนำไปสู่ึความประสบความสำเร็จ
แผนการเทรดที่ดี ควรประกอบด้วย
-  การกำหนด จุดเข้า หรือ สัญญาณในการเข้าเทรด
-  การกำหนดจุด ขาดทุน ( Stop Loss)
-  การกำหนดเป้าหมายกำไร ( Target)
-  การวางแผนทางการเงิน ( Money Management)
-  การบริหารความเสี่ยง ( Risk Management) การจัดสรรค์การเรดให้เหมาะสม

แผน การเทรดที่ดีจะช่วยให้คุณตัดอารมณ์ ออกจากการเทรด ช่วยให้คุณไม่ต้องมานั่งเครียด เวลาที่ติดลบ หรือ ไกล้จะ Call Margin ( เงินใกล้จะหมด)  ไม่ต้องถูกบังคับปิด เช่น มาจิ้นของคุณหมด ตัวอย่างแผนการเทรดหรือระบบเทรด คุณสามารถหาได้จาก google ลองหาแผนการเทรดที่เหมาะกับตัวของคุณ ลองทดสอบระบบ และเทรดตามระบบด้วยเงินปลอม อาจจะปรับปรุงให้เหมาะสมกับตัวของคุณ แล้วนำมาประยุกต์ใช้กับการเทรดของคุณ ซึ่งไม่มีระบบไหนที่ได้ผลการเทรดของคุณออกมา 100% ระบบเทรดที่ดี ควรมีประสิทธิ์ภาพมากกว่า 60 % ไม่ว่าคุณจะได้ระบบเทพ หรือ สุดยอดเทพ ยังไง คุณก็ต้องติดลบก่อน ไม่มีใครไม่เคย ติดลบ

2. แนวโน้มของกราฟ คือเพื่อนของคุณ ( The Trend is Your Friend ) 
อย่า คิดสวนเทรน  ให้หาสัญญาณ  Buy/ Long เมื่อ ตลาดอยู่ในสภาวะขาขึ้น ( Bullish Market ตลาดแดนบวก) และหาจังหวะ Sell/Short เมื่อตลาดอยู่ในสภาวะขาลง ( Bearish Market ตลาดแดนลบ)

3. การรักษาเงินลงทุน ( Focus on capital preservation)
สิง สำคัญอีกอย่างสำหรับการเทรด ต้องรักษาเงินในบัญชีของคุณให้ดีที่สุด การเปิดคำสั่งเทรดแค่ละคำสั่ง ไม่ควรจะเกิน 10 % ของเงินในบัญชีเทรดของคุณ เช่น เงินทุน 1000 $ คุณควจจะเทรดไม่เกิน 100$ ถ้าไม่มีการรักษาเงินทุนไว้ เงินทุนจะลดลงอย่างรวดเร็ว เมื่อเทรดมาก ได้มาก ก็เสียมาก เช่นกัน เมื่อเงินหมด คุณอาจจะท้อ หรือเลิกไปเลย เพราะฉะนั้น ควรจะเล่นน้อยๆ เรื่อย ๆ แล้ว จะประสบผลสำเร็จในตลาดฟอเร็ก ฟอเร็กไม่ยาก แต่ก็ไม่ง่าย

4. ต้องรู้ว่าเมื่อไรควรจะตัดขาดทุน (Know when to cut loss)
ถ้า ราคาวิ่งตรงข้ามกับที่คุณได้เทรดไว้ หรือคาดการณ์ไว้ สิิ่งแรกที่คุณต้องทำคือ ตัดเนื้อร้ายออกไป อย่าให้มันรุกราม แล้วหาโอกาสหรือจังหวะดีๆ เพื่อเข้าใหม่ การถือติดลบไว้ เป็นการเสียโอกาสในการหาจังหวะเข้าใหม่ในสัญญาณดีๆ และต้องมานั่งเครียด เพราะกลัวว่า มาจิ้น จะหมด คังคำที่พูดกันว่าเสียน้อยเสียยาก เสียมากเสียง่าย และ   ลบน้อยตัดยาก ลบมากตัดง่าย ถ้าเลวร้ายจริงๆ คุณอาจจะโดนคำสั่งปิด Margin Call ดังนั้นเมื่อทำการเทรดทุกครั้ง ควรหาจุด Stop Loss จุดที่คุณควรปิดทิ้ง เมื่อราคาวิ่งตรงข้าม จากทีคาดการณ์ไว้ โดนอาจจะกำหนดไว้เลย เช่น Exit stop Loss -20 จุด  -30 จุด หรือตั้งไว้ตามแนวรับแนวต้าน Support- Resistance

5. ปิดทำกำไรเมื่อได้โอกาส หรือด้วยความพอใจของเรา (take Profit when the trade is good)
ก่อน ทำการเทรด ตั้งเป้าหมายไว้ ว่าต้องการกำไรเท่าไร เมื่อได้โอกาส ก็ควรปิดทำกำไร เป้าหมาย ( Target) อาจจะกำหนดตายตัว หรือ ขึ้นอยู่กับความพึงพอใจของเรา เช่น ทำกำไร 20 จุด หรือ 30 จุด หรือกำหนด ตามแนวรับแนวต้าน ( Support and Resistance) หรือกำหนด โดย Fibonaccy  ก็ได้

6. ตัดอารมณ์ออกไป (Be Emotionless)
สอง อารมณ์ ที่มีผลมากให้การเทรด คือ ความโลภ ( Greedy) และความกลัว(fear)  อย่าทำให่้สองสิ่งนี้ครอบงำจิตใจของคุณ เพราะมันจะทำให้คุณไม่สามารถเทรดได้ หมั่นฝึกฝนเทรดให้เป็นระบบ เทรดตามแผน หรือระบบเทรดที่คุณได้เตรียมไว้ จัดการ กับ การกำหนดจุดเข้า ( Entry Position) จุดออก ( Exit Position)  ระบบการเงินของคุณ(Money Management) เพียงแค่นี้ คุณก็จะประสบความสำเร็จกับฟอเร็กได้

7. อย่าเทรดตามคนอื่น  ( Do not trade base on tips from other people)
ควรเทรดตามระบบ ตามสัญญาณ หรือตามแผนที่วางไว้ อย่าเทรดตามคนอื่นโดยเด็ดขาด วิเคราะห์ให้ดีทุกครั้งก่อนการเทรด

8. จดบันทึกการเทรด (Keep A trade journal)
เมื่อ คุณเปิดคำสั่ง ซื้อ (Buy/Long) ให้จด เหตุผลว่าเข้าเพราะอะไร และจดความรู็้สึกตอนนั้นไว้ เมื่อเปิดคำสั่ง ขาย ( sell/Short) ก็ทำเช่นเดียวกัน แล้วนำมาวิเคราะห์ บันทึก ข้อผิดพลาด ในการเทรด ขำข้อผิดพลาดของคุณที่เกิดขึ้น นำมาเป็นบทเรียน แล้วอย่าทำตามนั้นอีก

9. เมื่อไม่แน่ใจไม่ต้องเทรด ( When in doubt, stay out)
เมื่อ คุณไม่มั่นใจหรือกำลังสับสน กับสภาวะของตลาดไม่แน่ใจว่าราคาจะวิ่งไปทางไหน ให้อยู่เฉยๆ ไม่ต้องเทรด ออกไปเดินเล่นหาอย่างอื่นทำ แล้วก็รอตลาดในช่วงต่อไป คุณค่อยมาหาจังหวะการเทรดใหม่

10. อย่าเทรดมากเกินไป ( DO Not Over Trade)
ไม่ ควรเปิดเทรดมากเกินไป  ในการเทรดแต่ละครั้งควรมีออเดอร์ที่เปิดทิ้งไว้ ไม่เกิน 3 ออเดอร์ ถ้ามีมากเกินไป คุณอาจจะควบคุมไม่ได้ หรือาจจะใช้อารมณ์ในการตัดสินใจเมื่อตลาดเกิดการเปลี่ยนแปลง  ดังนั้นอย่า เปิดเทรดจนมากเกินไป

ศึกษาข้อมูลได้ที่ http://siammetatrader.com/index.php/topic,58.0.html

ระบบ Financial Leverage ในตลาด Forex

0 ความคิดเห็น
Financial Leverage (FL) แปลตรงตัว คือ การงัดเพื่อให้เกิดแรงมากขึ้นทางการเงิน ในการลงทุนในตลาด Forex ก็คือการที่เรายืมเงินทุนจากโบรคเกอร์ไปลงทุน เพื่อก่อให้เกิดกำไรเพิ่มมากขึ้น โดยปกติค่า Leverage นั้นจะกำหนดโดยโบรคเกอร์ และระบุเป็นสัดส่วนซึ่งก็คือสัดส่วน การลงทุนโดยใช้ทุนของเรา เทียบกับการลงทุนจริงในตลาดโดยยืมทุนจากโบรคเกอร์ ฟังแล้วก็อาจจะงง ๆ มาดูตัวอย่างกันดีกว่าครับ ตัวอย่างแรกกรณีซื้อหุ้นในตลาดหลักทรัพย์บ้านเราธรรมดา Leverage คือ 1:1 นั้นคือ เราเอาเงินทุนของเราล้วนๆ ไปซื้อหุ้นจริงๆ ธรรมดา หุ้นมีมูลค่าเท่าไหร่ ก็จ่ายจริง ซื้อจริงตามนั้น กำไร หรือขาดทุน ก็คิดจากผลต่างราคาซื้อ กับราคาขาย ตรง ๆ ธรรมดา

ตัวอย่างที่ 2 ลงทุนในตลาด Forex กับโบรคเกอร์ที่ให้อัตราส่วน Leverage 1:100 (แต่ละโบรคเกอร์อาจให้สัดส่วน Leverage ที่แตกต่างกันไป) นั้นหมายความว่า เราใช้เงินทุนของเราเพียงแค่ 1 หน่วย แต่ทำการสั่งซื้อขายในตลาด 100 หน่วย โดยกำไร หรือขาดทุนที่ได้ นั้นก็คิดจาก 100 หน่วยนั้นที่เรายืมโบรคเกอร์ไปลงทุน เช่น เราใช้เงินทุนของเรา 1 USD ซื้อ THB ในขณะที่อัตราแลกเปลี่ยน 34.00 บาท ต่อ 1 ดอลลาห์ี่ Leverage 1:100 จะเปรียบเสมือนเราส่งคำสั่งซื้อ THB เข้าไปในตลาดด้วยจำนวนเงิน 100 USD ซึ่งจะทำให้เราได้ THB 3400 บาท เมื่ออัตราแลกเปลี่ยน USD/THB เปลี่ยนแปลงโดยเงิน THB แข็งค่าขึ้นจาก 34.00 บาท เป็น 33.80 บาท และเราสั่งปิดออร์เดอร์ ที่ 33.80 บาท ต่อ 1 ดอลลาห์ เมื่อแปลงกลับที่อัตราแลกเปลี่ยนปัจจุบันในขณะนั้น เราจะได้ USD กลับมา 3400/33.8 = 100.59 USD ในส่วน 100 USD ที่เรายืมโบรคเกอร์มา ก็ต้องคืนไป ส่วนกำไรของเราคือผลต่างที่ได้จากการเทรดรอบนี้ซึ่งก็คือ 100.59-100 = 0.59$ จะเห็นเลยใช่ไหม๊ครับ ว่าแค่เงินบาทแข็งขึ้น 20 สตางค์ เราได้กำไรถึง 0.59 USD จากการลงทุนเพียงแค่ 1 USD ซึ่งนั้นก็คือกำไร 59% เลยทีเดียว!!

ในทางกลับกัน ถ้าเงินบาทอ่อนลงมาที่ 34.40 บาท เมื่อแปลงกลับมาเป็น USD จะเหลือ USD มูลค่าในตลาดเพียง 3400/34.40 = 98.84 USD หรือติดลบ 98.84-100 = -1.16 USD ซึ่ง จำนวนเงินตรงนี้ โบรคเกอร์จะหักเงินในพอร์ตของเราจากส่วนที่ว่าง และไม่ได้ใช้เทรด (Available Margin) ตรงนี้จะเห็นได้ว่าการเทรดแบบระบบ Leverage นั้น เราจะสั่งซื้อขาย โดยใช้เงินทั้งหมดในพอร์ตไม่ได้ เราต้องเหลือเงินจำนวนหนึ่งไว้เพื่อเป็น Margin ให้กับทางโบรคเกอร์ ถ้าเราเปิดออร์เดอร์อยู่ แล้วเกิดการขาดทุนจน Available Margin เป็น 0 ระบบจะปิดออเดอร์อัตโนมัติทันที และเราต้องจ่ายส่วนที่ขาดทุนทั้งหมดจาก Available Margin ทั้งหมด เพื่อคืนเงินที่เรายืมมาจากโบรคเกอร์ให้ครบ

สัดส่วน Leverage ของแต่ละโบรคเกอร์นั้น จะแตกต่างกันไป ตั้งแต่ 1:100 ไปจนถึง 1:500 บางโบรคเกอร์เราสามารถกำหนด Leverage ได้เอง บางโบรคเกอร์ก็ตั้งไว้ตายตัว ดังนั้นก่อนจะสมัครเปิดพอร์ต Forex กับโบรกเกอร์ได้ก็ตาม ควรตรวจสอบ Leverage ของโบรคเกอร์นั้น ๆ ให้ดี และเลือกให้เหมาะสมกับการเล่นของตัวเองครับ 

ศึกษาข้อมูลได้ที่ http://siammetatrader.com/index.php/topic,50.0.html

เรียนรู้ Forex Trading: ตัวเลือกที่แตกต่างกัน

0 ความคิดเห็น
Forex trading, อาจได้ยินผู้คนมากมายของมันอยู่แล้ว, แต่ไม่ใช่ทั้งหมดรู้ว่ามันคืออะไรทั้งหมดเกี่ยวกับ. หนึ่งมักอาจคิดว่า มันเป็นสำหรับ ‘big’ ที่, บิ๊กธุรกิจและองค์กร. แต่นั่นคือไม่ดังนั้น, อันที่จริง, มีบุคคลทั่วไปที่จะเข้าซื้อขาย forex มากมาย.

ต่างประเทศหรือประชาชาติมีสกุลเงินอื่น. แต่สกุลเงินทั้งหมดไม่มีการซื้อขายในตลาด FX. มีสกุลเงินหลักเจ็ดที่ซื้อขายในตลาด. Forex ค้าคือ การซื้อ และขายของสกุลเงินในการจับคู่. นอกจากนี้คุณอาจจะสามารถทำการค้าขาย โดยไม่มีคู่สกุลเงิน. ตัวอย่างการทั่วไปคือ ดอลลาร์สหรัฐ/ญี่ปุ่นเยน. พื้นฐานการค้า forex เป็นสกุลเงินในราคาที่ต่ำกว่าซื้อ และขายที่ราคาสูงขึ้นมาก. แต่บางครั้ง, มีความรู้นี้มีไม่เพียงพอ. Forex เทรดมากสิ่งที่แตกต่างกันที่แต่ละบุคคลทั้งหมดที่ไม่มีความรู้ที่เหมาะสมบนที่เกี่ยวข้องกับ.

ใช้เวลาการค้า Forex วางยี่สิบสี่ชั่วโมงต่อวัน, ดังนั้นแม้เมื่อคุณกำลังหลับ, การค้าขายกันอยู่. FX ตลาดคือ ตลาดทางการเงินที่ใหญ่ที่สุดในโลกทั้งหมดทีเดียว. นั่นคือเหตุผลที่องค์กรมากมาย และแต่ละบุคคลจะดึงดูดการทำการค้าขาย.

ก่อนที่จะ, speculators ขนาดใหญ่, ธนาคารและสกุลเงิน traders ครอบงำตลาด FX, แต่ที่ไม่เป็นจริงวันเหล่านี้. ขณะนี้มีโบรกเกอร์ที่สามารถช่วยบุคคลและบริษัทขนาดเล็ก โดยการแบ่งหน่วยเข้าบัญชีทันที.

ถ้าคุณสนใจ forex trading, คุณสามารถทำได้เพียงอย่างเดียว, แต่ความพยายามที่เข้าร่วมประชุม forex ชั้นแรก, หรือปฏิบัติเป็นการ apprentice. ตลาด forex เป็นแบบเปลี่ยนแปลงได้, traders ใหม่อาจหาได้ยากเนื่องจากของความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับ.

ตัวเลือกสองล่าสุดจะดีขึ้นมากโดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าคุณยังใหม่ในตลาด FX. ด้วยวิธีนี้, คุณจะได้ประโยชน์มากจากการมีผู้สอน well-experienced. คุณจะมีเวลาจริงพบซึ่งคุณสามารถใช้ในภายหลังเมื่อคุณทำการค้าของคุณ.

คุณจำเป็นต้องเข้าใจกระบวนการของ forex ซื้อขายครั้งแรก. โปรดจำไว้ว่า ตลาด FX ไม่มีขอบเขตหรืออุปสรรค. ดังนั้นก่อนที่จะกระโดดเข้าไปในตลาด, คุณจำเป็นต้องทราบจุดด้านขวา.

Charting และแม็ปยังมีประเด็นที่สำคัญในการค้าขาย forex. ซอฟต์แวร์การทำแผนภูมิจะพร้อมใช้งาน, คุณสามารถป้องกันอย่างใดอย่างหนึ่งเพื่อให้คุณสามารถเรียนรู้เกี่ยวกับมัน; ตลอดจนเรียนรู้วิธีการใช้อย่างถูกต้องแมป. เจอแบบนี้, คุณสามารถดูวิธีย้ายตลาด. และคุณสามารถเดี๋ยวนี้ดีตัดสินใจว่าจะซื้อ หรือขายสกุลเงิน, และหากำไรในกลับ.

อีกสิ่งที่สำคัญในการเรียนรู้เป็นเทรดจิตวิทยา. คุณควรทราบวิธีการจัดการกับการขาดทุนทั้งหมดของคุณอย่างถูกต้อง, แน่นอนคุณไม่คาดหวังให้ได้ตลอดเวลา. ถ้าเป็นระยะสั้น คุณได้ทำการขาดทุนมากมาย, บางทีเวลาหยุดเพียงสำหรับบาง. ไม่ต้องถูกเก็บในการทำการค้าขาย, มิฉะนั้น คุณอาจต้องชำระขาดทุนมากมาย.

Starters ใหม่ใครได้ทันทีได้กำไรมากมายอาจคิดว่า พวกเขารู้มากจนเกินไป. แต่มันช่วยให้คุณทราบว่าไม่เหมือนกันทั้งหมด throughout. กำไรดี oftentimes กระตุ้นคนเพิ่มเติมในการซื้อขายมาก, โดยไม่คิดของความเสี่ยง. วินัยคือ คุณลักษณะหนึ่งที่คุณควรฝึก และเรียนรู้.

Starters, ใครไปถึงเทรดในตนเอง, โดยไม่ต้องการความช่วยเหลือใด ๆ, อาจไม่ประสบความสำเร็จในทางการค้าแบบนี้, ไม่ยกเว้นที่เขาหรือเธอเป็น ‘นิ '. แม้ว่าพวกเขาอาจสนุกสนานกับยอดกำไร, เวลาจะมาเมื่อไม่ได้ทันกับการค้าขายโดยไม่มีความรู้ซื้อขาย forex และด้านเทคนิคของ.

เป็นการพาณิช, คุณคนเดียวสามารถตัดสินใจเลือกที่จะดีที่สุดสำหรับคุณ. เรียนรู้การซื้อขาย forex ต้องอุทิศตน, ถ้าคุณสามารถดึงมันปิดบนของคุณเอง, ดีสำหรับคุณ. แต่ ถ้าคุณคิดว่า คุณต้องการให้ความช่วยเหลือเล็กน้อย, คุณมีอิสระที่จะเลือกจากหลายเทรดคลาสที่ได้รับการเสนอ; หรือคุณสามารถเป็นของนายหน้าซื้อขายแบบ apprentice. อย่างไรก็ตาม เลือกของคุณ, คุณสามารถเรียนรู้มากเกี่ยวกับ forex trading. และประสบการณ์การเรียนรู้ของคุณทั้งหมดสามารถเป็นความสำคัญเมื่อคุณทำการค้าที่แท้จริงของคุณ.

ไม่มีไม่มีทดแทนเพื่อการเรียนรู้ที่เหมาะสม. ซึ่งให้จุดจับดีเกี่ยวกับการค้าขาย, และคุณสามารถมั่นใจได้ว่า คุณกำลังตัดสินใจที่ดี. สิ่งเหล่านี้จะแสดงให้เห็นถึงมากจากกำไรที่คุณกำลังจะเข้า.

ศึกษาข้อมูลได้ที่ http://siammetatrader.com/index.php/topic,54.0.html

บทนำกลยุทธ์การเก็งกำไร

0 ความคิดเห็น
ประเด็นหนึ่งที่นักเล่นหุ้นทั้งหลายสับสนกับชีวิต ว่าควรจะเป็นนักลงทุน หรือ นักเก็งกำไรดี เป็นคำถามที่หลายคนอยากรู้ เพราะ “เมื่อซื้อหุ้นอยากลงทุน แต่พอหุ้นขึ้นแรง กลับขาย เพราะอยากเก็งกำไร”  “แต่เมื่อซื้อหุ้นเพื่อเก็งกำไร หวังให้หุ้นขึ้น แต่พอหุ้นตกกลับบอกขอถือเพื่อเป็นการลงทุน”  แต่สำหรับตัวผม แล้วมองทุกอย่าง ก็คือการเก็งกำไร หากคุณอยากที่จะขายเพื่อทำกำไรจากสิ่งนั้นๆ ยกเว้นเสียแต่ ผู้ที่ซื้อหุ้นเพื่อสะสม หรือเก็บไว้เพื่อรับปันผล ดังเช่น วอเรนต์บัฟเฟต หรือ ผู้ที่ชอบซื้อสิ่งของที่มีค่าสะสม เช่น รูปภาพ, แสตมป์ หรือของ โบราณ เพื่อขายในราคาที่สูงจนเกินความพอใจ มากๆ (โดยที่ไม่ขายก็ไม่เดือดร้อน เพราะชอบและรัก กับของสะสมนั้นๆอยู่แล้ว) จึงจะเรียกว่านักลงทุน

ไม่ว่าจะเรียกอย่างไรก็ตาม สิ่งหนึ่งที่นักลงทุนจำเป็นจะต้องรู้คือ รู้จักตัวเอง ก่อนที่จะรู้จัก สิ่งอื่นๆ เพราะ หากเรารู้จักตัวเองดีพอ ก็จะสามารถ กำหนดกลยุทธ์การลงทุน หรือการวางแผน ให้ประสบความสำเร็จได้ ดังนั้นผมจึงรวบรวมข้อคิดที่ จะมาบอกกล่าว ในรูป กลยุทธ์ การเก็งกำไรกัน ซึ่งบทความนี้อาจจะมีบางส่วนที่อ้างอิง จากหนังสือ เรื่อง “The Zurich Axioms”

บทนำกลยุทธ์การเก็งกำไร
“ในตลาดการลงทุนส่วนใหญ่มักมองว่า การเก็งกำไรเป็นเรื่องเลวร้าย ซึ่งแตกต่างจากการลงทุนโดยสิ้นเชิง  แต่ความเป็นจริงแล้ว เราทุกคนต่างหาก ที่ล้วนแล้วแต่ต้องการกำไร จากการลงทุน เพียงมองแต่ว่า การใช้ระยะเวลา หรือผลประโยชน์ระยะสั้น ก็จะมองเพียงเป็นการเก็งกำไร แต่การร่วมลงทุนในระยะยาวถือเป็นการลงทุน แต่แท้ที่จริงทุกคนต่างมองถึงผลประโยชน์ ซึ่งปรับแต่งคำพูดให้สวยงามว่าเราต่างเป็นนักลงทุน”

โดยธรรมชาติแล้วกิจกรรมการเงินอะไรก็ตามที่ก่อให้เกิดกำไรมักจะเกี่ยวข้องกับความเสี่ยง ไม่ว่าผู้เกี่ยวข้องจะเป็นนักเสี่ยงโชคหรือไม่ก็ตาม วิธีเดียวที่ทำให้ความเสี่ยงใกล้ศูนย์คือการฝากเงินกับธนาคารหรือนำไปซื้อพันธบัตรรัฐบาล แต่ผลตอบแทนก็ย่อมต่ำไปด้วย ด้วยเหตุนี้บรรดานักลงทุนที่กระตือรือร้นต่างพยายามขวนขวายหาการลงทุนแบบอื่นที่ให้ผลตอบแทนและความเสี่ยงสูงกว่า แต่ที่แปลกคือทุกคนต่างไม่ยอมรับว่าตนเองกำลังเก็งกำไร กำลังเสี่ยงเงินของตนหรือกำลังเล่นการพนัน หากแต่แสร้งทำเป็นว่าตนเองมีความฉลาดรอบคอบและเรียกกิจกรรมที่ตนเองประกอบอยู่ว่า “การลงทุน”

ในความเป็นจริงแล้ว นักลงทุนและนักเก็งกำไรฟังดูไม่ต่างกันนัก เพราะการลงทุนทุกชนิดคือการเก็งกำไร แตกต่างกันแต่เพียงว่าบางคนยอมรับในขณะที่บางคนไม่ยอมรับ ไม่ว่าคุณจะเรียกกิจกรรมซื้อขายหลักทรัพย์ว่าเป็นการลงทุนหรือไม่ก็ตาม ความจริงก็ยังหนีความจริงไม่พ้น เพราะการพนันก็ยังคงเป็นการพนันวันยังค่ำ เพราะฉะนั้นการลงทุนทุกชนิดคือการเสี่ยงโชค เพราะคุณต้องเลือกวางเงินของคุณไว้ข้างหน้าว่าจะแทงกองไหน ไม่ว่าคุณจะเลือกหุ้นอะไรก็ตาม ยอมรับเสียเถอะว่านั้นคือการเสี่ยงโชค ไม่มีประโยชน์อันใดที่จะต้องมาหลอกตัวเอง

นักเก็งกำไรที่ประสบความสำเร็จ เจสซี่ ลิเวอร์โมร์ กล่าวว่า
“ความเสี่ยงอาจมีผลทางบวกหรือลบ เพราะ เราอาจจะสูญเสียสิ่งที่มีอยู่แทนที่จะได้รับผลตอบแทน แต่อย่างไรก็ดีถ้าเราจนลงเพราะการเสี่ยงโชคแล้ว มันก็ยังดีกว่า การที่จนลงเพราะอยู่เฉยๆ ไม่ใช่หรือ?”

“ไม่ว่าคุณจะมีอาชีพอะไร คุณจะต้องเผชิญกับสิ่งที่หวานและขมเสมอ ถ้าคุณเลี้ยงผึ้ง คุณก็ย่อมถูกผึ้งต่อย แต่สำหรับผม ผมก็มีความกังวลอยู่เสมอ ถ้าใครไม่มีความกังวลแล้ว เขาผู้นั้นคงยากจนต่อไป”
ศึกษาข้อมูลได้ที่ http://siammetatrader.com/index.php/topic,43.0.html

สูตรได้มากกว่าเสีย 10 ข้อ ให้ท่องจำ ในการ เทรดforex

0 ความคิดเห็น
สูตรการเทรดforexให้ได้มากกว่าเสีย

1. การวางแผนการเทรดและเทรดตามแผนของคุณ(Plan your trade And Trade your plan)
ใน การเทรด ไม่ควรตัดสินตามอารมณ์ ความรู้สึกของคุณ ว่าราคาน่าจะขึ้น ราคาน่าจะลง แล้วเปิดคำสั่งเทรด คุณจำเป็นจะต้องมีการวางแผนในการเทรดเพื่อนำไปสู่ึความประสบความสำเร็จ
แผนการเทรดที่ดี ควรประกอบด้วย
-  การกำหนด จุดเข้า หรือ สัญญาณในการเข้าเทรด
-  การกำหนดจุด ขาดทุน ( Stop Loss)
-  การกำหนดเป้าหมายกำไร ( Target)
-  การวางแผนทางการเงิน ( Money Management)
-  การบริหารความเสี่ยง ( Risk Management) การจัดสรรค์การเรดให้เหมาะสม

แผน การเทรดที่ดีจะช่วยให้คุณตัดอารมณ์ ออกจากการเทรด ช่วยให้คุณไม่ต้องมานั่งเครียด เวลาที่ติดลบ หรือ ไกล้จะ Call Margin ( เงินใกล้จะหมด)  ไม่ต้องถูกบังคับปิด เช่น มาจิ้นของคุณหมด ตัวอย่างแผนการเทรดหรือระบบเทรด คุณสามารถหาได้จาก google ลองหาแผนการเทรดที่เหมาะกับตัวของคุณ ลองทดสอบระบบ และเทรดตามระบบด้วยเงินปลอม อาจจะปรับปรุงให้เหมาะสมกับตัวของคุณ แล้วนำมาประยุกต์ใช้กับการเทรดของคุณ ซึ่งไม่มีระบบไหนที่ได้ผลการเทรดของคุณออกมา 100% ระบบเทรดที่ดี ควรมีประสิทธิ์ภาพมากกว่า 60 % ไม่ว่าคุณจะได้ระบบเทพ หรือ สุดยอดเทพ ยังไง คุณก็ต้องติดลบก่อน ไม่มีใครไม่เคย ติดลบ

2. แนวโน้มของกราฟ คือเพื่อนของคุณ ( The Trend is Your Friend )
อย่า คิดสวนเทรน  ให้หาสัญญาณ  Buy/ Long เมื่อ ตลาดอยู่ในสภาวะขาขึ้น ( Bullish Market ตลาดแดนบวก) และหาจังหวะ Sell/Short เมื่อตลาดอยู่ในสภาวะขาลง ( Bearish Market ตลาดแดนลบ)

3. การรักษาเงินลงทุน ( Focus on capital preservation)
สิง สำคัญอีกอย่างสำหรับการเทรด ต้องรักษาเงินในบัญชีของคุณให้ดีที่สุด การเปิดคำสั่งเทรดแค่ละคำสั่ง ไม่ควรจะเกิน 10 % ของเงินในบัญชีเทรดของคุณ เช่น เงินทุน 1000 $ คุณควจจะเทรดไม่เกิน 100$ ถ้าไม่มีการรักษาเงินทุนไว้ เงินทุนจะลดลงอย่างรวดเร็ว เมื่อเทรดมาก ได้มาก ก็เสียมาก เช่นกัน เมื่อเงินหมด คุณอาจจะท้อ หรือเลิกไปเลย เพราะฉะนั้น ควรจะเล่นน้อยๆ เรื่อย ๆ แล้ว จะประสบผลสำเร็จในตลาดฟอเร็ก ฟอเร็กไม่ยาก แต่ก็ไม่ง่าย

4. ต้องรู้ว่าเมื่อไรควรจะตัดขาดทุน (Know when to cut loss)
ถ้า ราคาวิ่งตรงข้ามกับที่คุณได้เทรดไว้ หรือคาดการณ์ไว้ สิิ่งแรกที่คุณต้องทำคือ ตัดเนื้อร้ายออกไป อย่าให้มันรุกราม แล้วหาโอกาสหรือจังหวะดีๆ เพื่อเข้าใหม่ การถือติดลบไว้ เป็นการเสียโอกาสในการหาจังหวะเข้าใหม่ในสัญญาณดีๆ และต้องมานั่งเครียด เพราะกลัวว่า มาจิ้น จะหมด คังคำที่พูดกันว่าเสียน้อยเสียยาก เสียมากเสียง่าย และ   ลบน้อยตัดยาก ลบมากตัดง่าย ถ้าเลวร้ายจริงๆ คุณอาจจะโดนคำสั่งปิด Margin Call ดังนั้นเมื่อทำการเทรดทุกครั้ง ควรหาจุด Stop Loss จุดที่คุณควรปิดทิ้ง เมื่อราคาวิ่งตรงข้าม จากทีคาดการณ์ไว้ โดนอาจจะกำหนดไว้เลย เช่น Exit stop Loss -20 จุด  -30 จุด หรือตั้งไว้ตามแนวรับแนวต้าน Support- Resistance

5. ปิดทำกำไรเมื่อได้โอกาส หรือด้วยความพอใจของเรา (take Profit when the trade is good)
ก่อน ทำการเทรด ตั้งเป้าหมายไว้ ว่าต้องการกำไรเท่าไร เมื่อได้โอกาส ก็ควรปิดทำกำไร เป้าหมาย ( Target) อาจจะกำหนดตายตัว หรือ ขึ้นอยู่กับความพึงพอใจของเรา เช่น ทำกำไร 20 จุด หรือ 30 จุด หรือกำหนด ตามแนวรับแนวต้าน ( Support and Resistance) หรือกำหนด โดย Fibonaccy  ก็ได้

6. ตัดอารมณ์ออกไป (Be Emotionless)
สอง อารมณ์ ที่มีผลมากให้การเทรด คือ ความโลภ ( Greedy) และความกลัว(fear)  อย่าทำให่้สองสิ่งนี้ครอบงำจิตใจของคุณ เพราะมันจะทำให้คุณไม่สามารถเทรดได้ หมั่นฝึกฝนเทรดให้เป็นระบบ เทรดตามแผน หรือระบบเทรดที่คุณได้เตรียมไว้ จัดการ กับ การกำหนดจุดเข้า ( Entry Position) จุดออก ( Exit Position)  ระบบการเงินของคุณ(Money Management) เพียงแค่นี้ คุณก็จะประสบความสำเร็จกับฟอเร็กได้

7. อย่าเทรดตามคนอื่น  ( Do not trade base on tips from other people)
ควรเทรดตามระบบ ตามสัญญาณ หรือตามแผนที่วางไว้ อย่าเทรดตามคนอื่นโดยเด็ดขาด วิเคราะห์ให้ดีทุกครั้งก่อนการเทรด

8. จดบันทึกการเทรด (Keep A trade journal)
เมื่อ คุณเปิดคำสั่ง ซื้อ (Buy/Long) ให้จด เหตุผลว่าเข้าเพราะอะไร และจดความรู็้สึกตอนนั้นไว้ เมื่อเปิดคำสั่ง ขาย ( sell/Short) ก็ทำเช่นเดียวกัน แล้วนำมาวิเคราะห์ บันทึก ข้อผิดพลาด ในการเทรด ขำข้อผิดพลาดของคุณที่เกิดขึ้น นำมาเป็นบทเรียน แล้วอย่าทำตามนั้นอีก

9. เมื่อไม่แน่ใจไม่ต้องเทรด ( When in doubt, stay out)
เมื่อ คุณไม่มั่นใจหรือกำลังสับสน กับสภาวะของตลาดไม่แน่ใจว่าราคาจะวิ่งไปทางไหน ให้อยู่เฉยๆ ไม่ต้องเทรด ออกไปเดินเล่นหาอย่างอื่นทำ แล้วก็รอตลาดในช่วงต่อไป คุณค่อยมาหาจังหวะการเทรดใหม่

10. อย่าเทรดมากเกินไป ( DO Not Over Trade)
ไม่ ควรเปิดเทรดมากเกินไป  ในการเทรดแต่ละครั้งควรมีออเดอร์ที่เปิดทิ้งไว้ ไม่เกิน 3 ออเดอร์ ถ้ามีมากเกินไป คุณอาจจะควบคุมไม่ได้ หรือาจจะใช้อารมณ์ในการตัดสินใจเมื่อตลาดเกิดการเปลี่ยนแปลง  ดังนั้นอย่า เปิดเทรดจนมากเกินไป


ศึกษาข้อมูลได้ที่  http://siammetatrader.com/index.php/topic,131.0.html

Forex กับ กราฟ(Graph)

0 ความคิดเห็น
กราฟ(Graph) มีความสำคัญกับ Forex เป็นอย่างมาก อาจจะบอกได้ว่า Forex คือร่างการ และ กราฟ(Graph) คือหัวใจ ก็ว่าได้ ถ้าคุณอ่าน กราฟ(Graph) หรือวิเคราะห์ กราฟ(Graph) เป็น คุณก็จะสามารถทำรายได้กับ Forex ได้มากยิ่่งขึ้น และเสียเงินน้อยลง แต่ถ้าคุณบอกว่า การเล่นค่าเงิน Forex มันต้องเล่นตามดวง ถ้าคุณคิดเช่นนั้น เราก็ขอแนะนำว่า ให้คุณเตีรยมเงิืนไว้เยอะๆ เพราะดวงคุณอาจจะต้องใช้เงินมากก็ได้

ขอ ให้คุณจำไว้ว่า ไม่ว่าคุณจะทำงานอะไร หรือทำธุรกิจอะไร ถ้าจะให้ประสบความสำเร็จ ต้องทำตามขั้นตอนเสมอ เพราะความสำเร็จมันไม่มี "ทางลัด"หรอกเชื่อเถอะ เช่นเดียวกัน เมื่อคุณอยากมีรายได้จาำกการเทรดค่าเงิน Forex สิ่งแรกที่คุณควรศึกษาให้มาก นั้นคือ กราฟ(Graph) ไม่ใช้มั่วแต่หาทางลัด ว่าจะทำอย่างไรให้เทรดได้เงินเยอะๆ เชื่อเถอะว่ามันไม่มีทางลัดหรอก

คุณ ต้องเข้าใจว่า ถ้ากราฟเส้นนี้ขึ้นไปถึงจุดนี้แล้ว ต่อไปมันจะ ขึ้นหรือลง หรือไซค์เวย์ แล้วถ้าเส้นกราฟ(Graph) ตัดกันนะจุดหนึ่ง มันจะหมายถึงขึ้นหรือลง และยังมีอะไรให้ศึกษาอีกมากมาย ซึ่งเราได้รวบรวมให้คุณไว้ที่นี่แล้ว ก็ลองศึกษากันดู

และการใช้ โปรแกรม กราฟ(Graph) จากหลายๆ ที่มาช่วยในการวิเคราะห์การขึ้นลงของค่าเงินนั้น เป็นการดีอย่างมาก เพราะโปรแกรมกราฟ(Graph) แต่ละตัวจะช่วยให้คุณวิเคราะห์ และเปรียบเทียบ การขึ้นลงของค่าเงิน Forex เพื่อสร้างความมั่นใจให้คุณทุกครั้งก่อนเทรด

คุณ อย่าเทรด Forex สวนทางกราฟ(Graph) เว้นแต่คุณมั่นใจจริงๆ ว่าคุณได้แน่ๆ แต่เราว่ามันเป็นการเสี่ยงโดยไม่จำเป็น และการเทรด Forex ทุกครั้งต้องรอจังหวะ ถ้าขณะนั้นกราฟ(Graph) มีการไซค์เวย์ คือ มีการขึ้นลงค่อนข้างเร็วและถี่ เส้นกราฟ(Graph) ขยายออกทางด้านข้าง คุณไม่ควรที่จะรีบเทรด เพราะนั้นหมายถึง ความแน่นอนของเงินในกระเป๋าคุณ เริ่มลดน้อยลง

ดังนี้ การเล่นหุ้น หรือ การเทรดค่าเงิน Forex ต่อให้คุณ เป็นเซียนขนาดไหน คุณก็ต้องใช้ กราฟ(Graph) ในการที่จะทำให้คุณรวยได้ เรามีสิ่งหนึ่งที่ต้องการที่จะให้คุณท่องไว้ให้ขึ้นใจ คือ "วิเคราะห์กราฟ(Graph)ให้เป็น, รู้จักรอจังหวะ, อย่าโลภ, อย่าใช้อารมณ์, และอย่างลังเล"

ศึกษาข้อมูลได้ที่  http://siammetatrader.com/index.php/topic,60.0.html

Pips และ Lots คืออะไร

ทำความรู้จักกับ Pips และ Lots กันก่อน
- คุณอาจจะได้เคยได้ยินคำว่า  pips และคำว่า Lots ผมจะขยายความว่ามันคืออะไรและคำนวณกันอย่างไร
- คุณ ควรใช้เวลากับเรื่องนี้มากพอสมควร มันเป็นความรู้ที่เทรดเดอร์ทุกคนจำเป็นต้องรู้ อย่าพึ่งนึกถึงเรื่องการเทรดจนกว่าคุณจะเข้าใจคำว่า pips และสามารถคำนวนกำไรและขาดทุนได้

คำว่า Pip คืออะไร
โดย ทั่วไป การเพิ่มขึ้นของค่าเงินนั้นจะบอกเป็น Pip ถ้า EUR/USD เคลื่อนที่จาก 1.2250 ไปที่ 1.2251 นี่คือเคลื่อนที่ไป 1 pip  PIP คือ จุดทศนิยมตัวสุดท้ายซึ่งถูกอ้างอิงจากราคาปัจจุบันของตลาด กำหนดให้มีสี่ตำแหน่งที่ใช้กัน ในบางโบรกเกอร์อาจจะมีถึงห้าตำแหน่ง  PIP เป็นสิ่งที่บอกให้คุณรู้ว่า คุณได้กำไรหรือขาดทุน โดยแต่ละค่าเงินก็มีค่างของตัวมันเอง มันเป็นสิ่งที่จำเป็นที่ต้องคำนวนค่าของ pip สำหรับค่าเงินนั้นๆ ค่าเงินที่ USD ขึ้นก่อน สามารถคำนวณได้ดังนี้

เช่น USD/JPY อยู่ที่ ราคา 119.80(โดยส่วนมากจะมีทศนิยมสองตำแหน่ง ) ในกรณีนี้ 1 pip เท่ากับ 0.01
ดังนั้น
USD/JPY
119.80
0.01 หารด้วย อัตราแลกเปลี่ยน = pip value
0.01/119.80 = 0.0000834
ดูเหมือนกับกว่ามีตัวเลขที่เยอะมากแต่เราจะอธิบายตัวเลขนี้ในภายหลัง
USD/CHF
1.5250
0.0001 หารด้วยอัตราแลกเปลี่ยน = pip value
0.0001/1.5250 = 0,0000655

USD/CAD
1.4890
0.0001 หารด้วยอัตราแลกเปลี่ยน = pip value
0.0001/1.48990 = 0.00006715

และในกรณีที่ US ดอลล่าร์ ไมได้อยู่เป็นตัวแรก และเราต้องการที่จะได้รับเป็นค่าของดอลล่า เราทำได้ดังนี้
EUR/USD
1.2200
0.0001 หารด้วยอัตราแลกเปลี่ยน = pips value
ดังนั้น
0.0001/1.2200 = EUR 0.00008196
แต่พวกเราต้องการทำให้เป็นหน่วย US ดอลล่าร์ เราจึงต้องคำนวนใหม่เป็น
EUR คูณ อัตราแลกเปลี่ยน
ดังนั้นจะเท่ากับ
0.00008196 * 1.2200= 0.00009999
เราปัดทศนิยมให้เป็นสี่ตำแหน่งจะได้เป็น 0.0001

GBP/USD
1.7975
0.0001 หารด้วยอัตราแลกเปลี่ยน = pip value
ดังนั้น
0.0001/1.7975 =GBP 0.0000556
แต่เราต้องการทำให้เป็นหน่วยของ US ดอลล่าร์ ซึ่งคำนวนได้ดังนี้
GBP*อัตราแลกเปลี่ยน
ดังนั้นจะได้เท่ากับ
0.0000556*1.7975=0.0000998
เราปัดเป็นทศนิยมสี่ตำแหน่งเป็น 0.0001

สำหรับ ค่าเหล่านี้ คุณไม่ต้องคำนวนอะไร เราอยากให้ทราบถึงที่มา ว่ามันมาอย่างไร ทั้งหมดนี้ โบรกเกอร์จัดการให้คุณแบบอัตโนมัติ  มันเป็นสิ่งที่ดีที่คุณควรจะรู้ว่ามัน ทำงานอย่างไร

Lots คืออะไร
ใน ตลาด Forex เทรดเป็นจำนวน Lots ,   ขนาดมาตรฐานสำหรับ Lot คือ 100000 units และมี Mini lot size ที่ 10000 units เมื่อคุณรู้แล้วว่า ค่าเงินนั้นวัดค่าเป็น pips ซึ่งเป็นการเพิ่มทีละน้อยของค่าเงินนั้น ซึ่งข้อดีของการเพิ่มทีละน้อย มันทำให้คุณสามารถเทรดได้จำนวนมากๆในแต่ละค่าเงินที่คุณเลือก และสามารถคำนวณกำไร ขาดทุนได้

สมมติว่าเราใช้ 100000 units (Standard size) เราจะคำนวนใหม่ให้เห็นค่าของ pip value
USD/JPY ที่อัตราแลกเปลี่ยน 119.80
(.01 / 119.80) x 100,000 = $8.34 per pip)

USD/CHF at an exchange rate of 1.4555
(.0001 / 1.4555) x 100,000 = $6.87 per pip)

EUR/USD at an exchange rate of 1.1930
(.0001 / 1.1930) X 100,000 = 8.38 x 1.1930 = $9.99734 rounded up will be $10 per pip)

GBP/USD at an exchange rate or 1.8040
(.0001 / 1.8040) x 100,000 = 5.54 x 1.8040 = 9.99416 rounded up will be $10 per pip.)

ซึ่ง โบรกเกอร์ของคุณอาจจะมีข้อตกลงที่แตกต่างกันในการคำนวน pip value สัมพันธ์กับ Lot size แต่ไม่ว่าสิ่งไหนก็ตามหนทางที่พวกเขาทำ พวกเขาจะต้องแจ้งให้คุณทราบ pips value ของการเทรดของคุณที่เวลานั้นๆ เป็นเท่าไร ขณะที่ตลาดมีการเคลื่อนตัว  pip value จะขึ้นอยู่กับค่าเงินอะไร ที่คุณเทรดอยู่ ณ ปัจจุบัน

คุณสามารถคำนวนกำไรและขาดทุนได้อย่างไร
ตอนนี้คุณรู้แล้วว่าจะสามารถคำนวน Pip value ได้อย่างไร ต่อไปนี้มาดูวิธีการคำนวนกำไรและขาดทุนของคุณ

Buy USD และ Sell Swiss francs
ที่อัตราที่แสดงราคาคือ 1.4525/1.4530  เพราะว่าคุณได้  Buy US คุณจะได้ราคา 1.4530
ไม่กี่นาทีผ่านไป ราคาเคลื่อนที่ไปที่ 1.4550 และคุณตัดสินใจที่จะปิดออเดอร์ของคุณ
ราคาที่แสดงใหม่ของ USD/CHF คือ  1.4550/1.4555
ผลต่างระหว่าง 1.4530 ถึง 1.4550 คือ 20 pips
ใช้สูตรก่อนหน้านี้ในการคำนวนจะได้
(.0001/1.4550) x 100,000 = $6.87 per pip x 20 pips = $137.40

จำไว้ว่า เมื่อคุณจะเข้าเทรด หรือออกจากการเทรด ให้คุณดูเสปรดในราคา  bid/offer(ask)

ศึกษาข้อมูลได้ที่ http://siammetatrader.com/index.php/topic,68.0.html

Forex กับการ Send Order

0 ความคิดเห็น
Forex Send Order คือ การส่งคำสั่งซื้อ หรือการลงเงินเพื่อเล่นสกุลเงินใด สกุลเงินหนึ่งที่เราจะเล่น ก่อนที่เพื่อนๆ จะสร้างรายได้จาก Forex เพื่อนๆ ต้องใช้คำสั่งซื้อเป็นเสียก่อน เพราะคำสั่งซื้อใน Forex จะมีอยู่ด้วยกัน 2 แบบ เพื่อนๆ สามารถเลือกใช้คำสั่งไหนก็ได้แล้วแต่เหตุผลที่เราวิเคราะห์ออกมา และคำสั่งซื้อ 2 แบบที่ว่าคือ Long และ Short มันมีความหมายว่าอย่างไร เรามาดูกัน

Long คือ
การ ซื้อในราคาต่ำ เพื่อที่จะขายในราคาที่สูงกว่า เช่น ถ้าตลาดอยู่ในช่วงขาขึ้น แล้วเราเล่น EURO/USD และถ้าเราคิดว่า ค่าเงินตัวนี้มันจะพุ่งขึ้นสูงกว่านี้อีก เราก็ Long หรือซื้อแบบ Longไว้ เมื่อเราซื้อไว้แล้ว ถ้ามันยิ่งขึ้นสูงมากเท่าไร เราก็ยิ่งได้กำไรมากขึ้นเช่นกัน

Short คือ
การ เล่นตอนที่ตลาดขาลง เช่น ถ้าเราเล่น EURO/USD แล้วตลาดขณะนั้นเป็นขาลง และเมื่อเราวิเคราะห์แล้วว่า มันยังจะลงต่อไปเรื่อยๆ ให้เราใช้คำสั่งซื้อ Short และเมื่อเราซื้อแล้ว ยิ่งตลาดลงเท่าไร เราก็ยิ่งรวยมากขึ้นเท่านั้น


- ดังนั้น เราจึงต้องวิเคราะห์ตลาด และกราฟให้ดี ช้าไม่ว่ากัน แต่เร็วแล้วหมดตัวนี่ซิแย่แน่ๆ และก่อนจะใช้คำสั่ง สั่งซื้อกัน เรามาดูรายละเอียดของตรางสั่งซื้อกันก่อนนะ

- Instrument - สกุลเงิน แล้วแต่ว่าเราชอบแบบไหน
- Buy/Sell - คือ การที่คุณจะ ซื้อ หรือ ขาย
- Price - ราคา
- Price type - ชนิด
- Duration - ระยะเวลา
- Duration type - ชนิดของระยะเวลา
- Quantity - จำนวน
- Quantity type - ชนิดของจำนวน
- Exist stop loss – ตั้งค่าให้ขายออกในกรณี หุ้นราคาตก เพื่อลดการขาดทุน
- Exit target – ตั้งค่าให้ขายอัตโนมัติ เมื่อได้ระดับราคาที่เรากำหนด
- Desk - ชนิดของตังที่ลง (จริงหรือปลอม) ถ้า Virtual trading คือเงินปลอม ให้หัดเล่นฝึกฝีมือ แต่ถ้าเป็นLive trading คือเงินจริง
- Text – ข้อความ ไว้ใส่ note ช่วยเตือนความจำ ก็ไม่ต้องไปเปลี่ยนแปลงค่าอะไร ให้ละไว้

วันนี้ เราก็ได้รู้จัก คำสั่งซื้อ ของ Forex กันแล้ว เมื่อเข้าใจบ้างแล้วก็เริ่มเทรดค่าเงินกันได้เลย แต่เราต้องบอกไว้ก่อนนะ ว่าอย่าใจร้อนเล่นเงินจริง ให้เล่นเงินปลอมเพื่อให้ได้ความรู้เพิ่มมากขึ้นก่อน แล้วหลังจากนั้นก็แล้วแต่คุณ คิดว่าน่าที่จะเสี่ยงหรือเปล่า

ศึกษาข้อมูลได้ที่ http://siammetatrader.com/index.php/topic,59.0.html

สิ่งที่ผู้เทรด Forex จำเป็นต้องทำ

0 ความคิดเห็น
เป็นที่เชื่อกันว่า มากกว่า 50% ของผู้ที่เล่น Forex นั้นขาดทุนในระยะยาว แต่ก็ยังคงมีนักเล่น Forex หน้าใหม่จำนวนมาก กระะโดดเข้ามาในตลาด Forex ทำการซื้อขาย อย่างไร้หลักการ และขาดทุนกลับไป เป็นที่หน้าแปลกใจที่ส่วนใหญ่ของ ผู้เทรดที่ขาดทุนนั้น ทำการเทรดเหมือนพนัน (ไม่ใช่การลงทุน) เงินทุนของพวกเขา เข้าไปในตลาด Forex โดยไม่ได้มีการตรวจสอบกับหลักการเลย ไม่ว่าคุณจะมีประสบการณ์ หรือเป็นผู้เริ่มต้น กับตลาด Forex มีสิ่งที่จำเป็น "ต้องทำ" ในการเข้าเทรด Forex เพื่ออบริหารความเสี่ยงอย่างฉลาด และเพิ่มโอกาศในการทำกำไร

สิ่งที่ผู้เทรด Forex ต้องทำ 1 ลงทุนกับสมองของคุณเป็นอันดับแรก
ถ้าคุณต้องการลงทุนในตลาด Forex อย่างจริงจัง การสร้าง ทักษะการเทรด และความรู้ เป็นสิ่งแรกที่คุณต้องทำ การเข้าสมนา Workshop, วิดีโอการสอน, การเรียนรู้ออนไลน์ หรือแม่กระทั้ง หนังสือ เพื่อช่วยให้เราเรียนรู้จากนักเทรดมืออาชีพ เรียนรู้การใช้ กราฟ ทางเทคนิค ประกอบการตัดสินใจการเข้าเทรด เรียนรู้การใช้ indicator เพื่อเป็นตัวชี้จังหวะ การเข้า และออกจากตลาด สร้างประสบการณ์ ด้วยการเทรดผ่านบัญชีจำลอง ทั้งหมดนี้เป็นสิ่งที่มีประสิทธิภาพ และสามารถให้คุณเริ่มต้นกับ Forex ได้อย่างราบรื่น และสามารถ ลดโอกาศในการขาดทุนได้อย่างแน่นอน

สิ่งที่ผู้เทรด Forex ต้องทำ 2 เริ่มต้นกับระบบเทรดที่เหมาะสม
เป็นสิ่งที่ฉลาด และควรทำ ที่จะค้นคว้าหาข้อมูล และพิจารณา ระบบของโบรคเกอร์ทั้งหมดที่มี ก่อนที่เราจะเลือกใช้เเพื่อทำการทรดจริง ระบบของโบรคเกอร์ที่แตกต่างกันนั้นเช่น ระบบการแสดงกราฟ ระบบการเทรดอัตโนมัติ ระบบเทรดที่ได้ออกแบบมาอย่างดี
จะช่วยให้งานของเราน้อยลง สิ่งนี้จะช่วยให้เรามีเวลา ที่จะเรียนรู้ตลาด และวางแผนกลยุทธ์ชองเราได้มากยิ่งขึ้น อีกสิ่งที่ทำให้ระบบเทรดอัตโนมัติ นั้นมีประโยชน์มาก นั้นคือ การใช้ระบบเทรดอัตโนมัติ จะช่วยให้เราหลีกเลี่ยงการเทรดโดยใช้อารมณ์ได้

สิ่งที่ผู้เทรด Forex ต้องทำ 3: มีแผนการเทรดอย่างชัดเจน
อย่างที่ผู้เฒ่า ผู้แก่ กล่าวไว้ว่า "การล้มเหลวในการวางแผน เป็นแผนสำหรับความล้มเหลว" การเทรดในตลาด Forex นั้น เหมือนกับการ พายเรือในทะเล คุณจะไม่สามารถไปไหนได้เลย ถ้าไม่มี เข็มทิศ และตัวนำทาง อะไรเป็นจุดประสงค์ของการเทรด? คุณคาดหวังจะได้กำไรจากการเทรดเท่าไหร่? เมื่อไหร่ถึงจะเข้าไปในตลาด? จะลงทุนเท่าไหร่? จะออกจากตลาดที่ราคาเท่าไหร่? ถ้าทั้งหมดไม่เป็นไปตามแผน จะ stop loss เมื่อไหร่? จะทนต่อความเสี่ยงได้ขนาดไหน? แผนการเทรดที่ดี อย่างน้อยควรจะตอบคำถามทั้งหมดนี้ได้ ถ้าแผนการเทรดของคุณไม่ประสบผลสำเร็จ ตรวจสอบ และแก้ไข แผนการเทรดของคุณ ค้นหาสิ่งที่ผิดพลาด แล้วเรียนรู้จากมัน

สิ่งที่ผู้เทรด Forex ต้องทำ 4: มีการบริหารเงินทุนที่ดี
การบริหารเงินทุน เป็นสิ่งที่ควบคุมความเสี่ยงของคุณ และช่วยในการตัดสินใจในการออกจากตลาด โดยให้น้ำหนักจาก โอกาศในการทำกำไร เปรียบเทียบกับ โอกาศในการขาดทุน ตัวอย่างเช่น ในสถานะการหนึ่ง ถ้าไม่เป็นไปตามแผน คุณอาจจะขาดทุน $1000 แต่ถ้าเป็นไปตามแผน คุณจะได้กำไร $500 โดยแผนนี้สำเร็จ 8 ครั้ง จากทั้งหมด 10 ครั้ง นั้นเป็นการดีกว่า การทำกำไร $1000 ถ้าเป็นไปตามแผน แต่ถ้าไม่เป็นไปตามแผนจะขาดทุน $500 โดยแผนนี้สำเร็จเพียงแค่ 1 ครั้งจากทั้งหมด 3 ครั้ง ถ้าคุณลงทุนโดยใช้เงินเก็บของคุณเอง การบริหารเงินทุนนี้ ยิ่งเป็นสิ่งสำคัญ เพราะโอกาศที่คุณจะพลาดการลงทุนที่ดี เนื่องจากเงินทุนของคุณมีไม่มากนั้น สูง

สิ่งที่ผู้เทรด Forex ต้องทำ 5: ลงทุนอย่างมีวินัย
การเทรด Forex อย่างมีวินัย นั้นเป็นสิ่งที่สำคัญ ความสำเร็จจากการเทรด Forex นั้นไม่สามารถเกิดขึ้นได้ เพียงแค่ คุณมีแผนการเทรดที่ดีเท่านั้น อีกสิ่งที่สำคัญ และจำเป็น นั้นคืคุณต้องทำตามแผนนั้นอย่างมีวินัยด้วย เทรดตามแผน และไม่เทรดตามอารมณ์ ถึง จะขาดทุน หรือกำไร ความโลภอาจทำให้กำไรของคุณหายไป ในขณะที่ ความกลัว อาจะทำให้คุณพลาดโอกาศที่ดี ในตลาดได้เช่นกัน

กำไรจากตลาด Forex นั้นสูง และ เร็ว กว่าการเทรดชนิดอื่นมาก อย่างไม่ต้องสงสัย การเข้าถึงตลาดนั้นก็ไม่มีข้อจำกัด, ความลื่นไหลของตลาด, เป็นการลงทุน โดยไม่จำเป็นต้องใช้เงินทุนมาก ด้วย อัตรา leverage ที่สูง และ ไม่มีข้อจำกัดในการ Short Selling ทำให้ตลาด Forex สามารถทำกำไรได้สูงมาก จำไว้เสมอว่า การวางแผนการลงทุนอย่างฉลาด โดยการลงทุนให้กับตัวเงก่อน คุณจะได้รางวัลอย่างงามที่ปลายทาง

ศึกษาข้อมูลได้ที่ http://siammetatrader.com/index.php/topic,52.0.html

การวิเคราะห์กราฟ Forex และหาราคาเป้าหมายด้วยตัวเอง

0 ความคิดเห็น
การเทรด Forex ให้ได้กำไรอย่างยั่งยืนนั้น นอกจากการบริหารจัดการเงิน (Money management) แล้วทักษะสำคัญอีกอย่างหนึ่งที่เพื่อนๆ นักเทรดควรจะมีคือการการวิเคราะห์กราฟ Forex และหาราคาเป้าหมายด้วยตัวเอง
      ใน จุดนี้เพื่อนๆ นักเทรด Forex ที่เป็นมืออาชีพอยู่แล้วคงหายห่วง เพราะเอาตัวรอดกันได้อยู่แล้ว แต่ผมเป็นห่วงเพื่อนๆ นักเทรดที่เป็นมือใหม่มากกว่า ควรจะฝึกการวิเคราะห์กราฟ Forex และหาราคาเป้าหมายด้วยตัวเองให้มาก อย่ามัวแต่ไปหาบทวิเคราะห์ หรือ signal จากคนอื่น อย่าไปมัวแต่ขอกินปลาจากคนอื่น เพราะสุดท้ายวันใดวันหนึ่ง ถ้าเขาเลิกให้ปลาแล้วเราจะแย่ เราจะต้องฝึกวิธีจับปลา(ตัวโตๆ) ด้วยตัวเองวิเคราะห์เอง เพราะคนที่จะอยู่กับเพื่อนๆ ไปตลอด และคนตัดสินใจลงเงินเปิดออเดอร์ก็คือตัวเพื่อนๆ เองนะครับ ทุกอย่างมักเกิดขึ้นซ้ำๆ แค่หา pattern ให้เจอ
ขั้นตอนการวิเคราะห์กราฟ Forex และหาราคาเป้าหมายด้วยตัวเอง อย่างง่ายสำหรับมือใหม่ ลองเอาไปต่อยอดกันดูนะครับ

1.วิเคราะห์กราฟ Forex จากภาพใหญ่มาภาพเล็ก timeframe ใหญ่ไปหา timeframe เล็ก
ให้ มองภาพใหญ่ก่อนเพื่อวางแผนหลัก แล้วค่อยมาปรับกลยุทธ์การเล่นในส่วนของภาพเล็กๆ ราย 15 นาที หรือ รายชั่วโมงก็ได้ตามถนัดและตามแนวทางการเทรดหลัก ที่เราได้วางเอาไว้
2.ดูแนวรับแนวต้านจุดสำคัญๆ ที่ราคาเคยพักตัว
การเคลื่อนไหวของราคามักเกิดขึ้นซ้ำๆ  เคยไปพักที่จุดใหนมันก็จะไปวนอยู่จุดนั้นแหละ หา pattern ให้เจอแล้วทำกำไรจากมันซะ
ตัวอย่างการวิเคราะห์กราฟ Forex และหาราคาเป้าหมายด้วยตัวเอง

ตัวอย่างกรณีเล่น forex แบบ breakout

วางเป้าหมายแล้วกำหนดแผนการเล่นให้สอดคล้องกัน
และ ที่สำคัญไม่ว่าจะเป็นนักเทรด forex มือเก่าหรือใหม่ควรบันทึกการเทรด บันทึกการเปิดออเดอร์แต่ละครั้งไว้ด้วยนะครับ อาจจะเชพเป็นรูปไว้แล้วใส่ข้อความบ่งบอกอารมณ์ลงไปก็ได้ ว่าในแต่ล่ะครั้งที่เราเปิดออเดอร์เราอยู่ในอารมณ์ใหน พอมาดูที่หลังจะได้รู้ว่าอารมณ์ขณะนั้นและรูปแบบกราฟแบบนั้นมันส่งผลต่อการ ตัดสินใจของเราอย่างไร
ลองทำการบันทึกการเทรดแบบนี้ไปเรื่อยๆ สักพัก แล้วเพื่อนๆ จะรู้ด้วยตัวเองครับว่า มันส่งผลต่อสัณชาติญาณในการเทรดของเพื่อนๆ อย่างไร
ได้กำไรแล้วถ้ามีโอกาสก็อย่าลืมช่วยเหลือสังคมและคนรอบข้างบ้างนะครับ:-)
หมาย เหตุ: เสริมจากตัวอย่างนะครับ "ข้อสังเกตเล็กๆ สำหรับเพื่อนที่ชอบเล่นเล่น forex แบบแนวรับแนวต้าน และ แบบ breakout คือหลายคนมักจะตั้งปิดเพื่อเอากำไรหรือตั้งเปิดออเดอร์ไว้ที่ราคาตรงแนวนั้น เลย บางคนใจร้อนรีบเข้าเลยไม่รอจบแท่งเทียน อย่าลืมว่าไม่ใช่แค่เราเท่านั้นที่เห็นแนวรับแนวต้านนั้น คนอื่นเขาก็เห็นเหมือนกัน ขาใหญ่เขาก็เห็นเหมือนกัน(เห็นแล้วเขาจะทำยังไงน่าจะนึกออกนะครับ) ลองใช้กลยุทธเข้าทีหลังออกก่อนดู รอแท่งเทียนปิดแล้วมันทะลุจริงเราก็ค่อยเข้า แล้วปิดออเดอร์ด้วยกำไรที่เราพอใจก่อนถึงแนวรับแนวต้านนั้นๆ อย่าลืมตั้ง stoploss และต้องเป็นไปตาม Risk Reward Ratio (R:R) ที่วางไว้ด้วยนะครับ"
ทุกวิธีมีจุดอ่อนเสมอ ไม่มากก็น้อย อยู่ที่ว่าเราจะรู้ใหม เมื่อรู้แล้วจะจัดการกับมันอย่างไร

ศึกษาข้อมูลได้ที่ http://siammetatrader.com/index.php/topic,80.0.html

วิธีการกินของตลาดค่าเงิน Forex กับวิธีการกินของหุ้นที่มีเจ้า ไม่ได้แตกต่างกันหรอก ไม่เชื่ออ่า

0 ความคิดเห็น
Buyer/Seller อีกฝั่งหนึ่งที่คุณลืมนึกถึง คุณกำลังเข้าซื้อที่ราคานี้....แล้วใครขายให้คุณ
ตลาด forex เป็นตลาด zero sum หมายความว่าเมื่อรวมผลลัพท์ของผู้ที่ได้กำไรและผู้ที่ขาดทุน ก็จะได้เป็น 0 หรือให้พูดให้เข้าใจง่ายๆ คือ เมื่อมีคนนึงได้ ย่อมมีอีกคนนึงเสีย และเมื่อเราเสียจะมีอีกคนนึงที่ยิ้มรับกำไรที่ได้จากเราไป

มาดู "ผู้เล่น" และบทบาทต่างๆดีกว่า
1. Market Maker ก็คือผู้จัดการตลาด เช่น ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย สำหรับ forex แล้ว ผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็น MM ก็น่าจะเป็น Big Bank ที่ควบคุมการไหลเข้าออกของเงินสกุลนั้นๆ อีกทั้งเป็นผู้ที่ตั้งอัตราและเปลี่ยน เพราะว่า MM นั้นสามารถมองเห็นปริมาณ Order ทั้งฝั่งซื้อและฝั่งขาย ทำให้สามารถกำหนดราคาได้ เช่น เมื่อ MM เห็น order ฝั่งซื้อเป็นจำนวนมาก แต่มี order ฝั่งขายน้อย MM ก็จะขยับราคาขึ้นเพื่อยับยั้งผู้ซื้อรายใหม่ และจูงใจให้เกิดการขาย

2. Smart Money พวกนี้คือกองทุนสถาบันการเงิน และธนาคาร ที่เข้ามาแสวงหากำไร พวกนี้มีเงินถุงเงินถัง และต้องการกำไรที่มั่นคง เค้าจะกระจายความเสี่ยงตามหลักการลงทุน ทั้งเล่นสั้นทั้งเล่นยาว เนื่องจากมีเงินจำนวนมาก ทำให้ SM สามารถควบคุมทิศทางตลาดได้ ในช่วงระยะเวลาสั้นๆ

3. Mass คือนักลงทุนรายย่อย หรืออีกชื่อหนึ่งคือ แมงเม่านั่นเอง กลุ่มนี้มีเป็นจำนวนมาก เข้ามาในตลาดเพื่อหวังได้กำไร แต่มักขาดทุนตลอด ดูใกล้ๆ ตัวก็ได้ กี่คนที่เข้ามาในตลาดแล้วมีแต่เสียกับเสีย

แล้วทำไม mass ถึงเสียตลอด และทำไม sm ถึงได้เสมอ ต้องมาดูกระบวนการทำงานของ sm กัน

sm จะทำอยู่ 4 อย่าง
1. Accumulation 
2. Markup 
3. Distribution 
4. Mark Down 

Accumulation
เมื่อ sm ดูราคาแล้วคิดว่าเหมาะสมที่จะเริ่มซื้อ (ตลาดมักเป็นขาลงอยู่) และคิดเปลี่ยนทิศทางของตลาด ในขณะนั้นมักจะมี supply เป็นจำนวนมาก และราคาถูก เพราะ mass เทขายออกมาเป็นจำนวนมาก และยังคิดจะขายอีก เหมือนกับเมื่อเราเห็นแท่งดำๆวิ่งลงยาวๆ เราจะอยู่ไม่สุข อยากเข้า อยากชอต ไม่อยากตกรถ ยิ่งเห็นมันทำท่าจะลงอีก ก็ทนไม่ไหว sm ก็ได้โอกาสซื้อ ล่อให้massจำนวนมากที่สุด เปิด short order ให้มากที่สุด จับคู่กับ long order ของ sm โดยจะแสดงให้เห็นในรูปของ sideway โดยหากดูที่ time frame ใหญ่ขึ้น อาจจะเห็นเป็น แท่งสั้นๆ หรือโดจิ ที่มี volume สูงมาก จากนั้นsm ก็ยกราคาขึ้นเล็กน้อยด้วยการ buy lot ใหญ่ๆ เพื่อ lock แมงเม่าผู้โชคร้าย กลุ่มนี้เอาไว้ โดยใช้จิตวิทยาว่า ไม่มีใครอยากปิด position ตอนมันแดงๆ ขาดทุนหรอก แล้วก็ทำการกวาด supply ที่เหลือในตลาดให้หมด ใน forex supply ก็คือ short order นั่นแหละ เมื่อตลาดเห็นความผิดปกติ เช่น เห็นเป็นโดจิขายาว (เนื่องจาก sm ดึงราคาขึ้นเพื่อ lock) ที่ time frame ใหญ่ ก็ไม่มีใครคิดจะเปิด short อีก พูดง่ายๆ supply หมดตลาดแล้ว 

บ้านเราบางช่วงที่มะนาวขาดตลาด ราคามันขึ้นไปได้อย่างน่าตกใจ ตลาด forex ก็เช่นกัน ยิ่งเป็นตลาดที่ demand/supply เกิดจากความรู้สึก ไม่ได้เกิดจากสินค้าจริงยิ่งหมดง่าย นี่คือเป้าหมายของการ Accumulation ก่อนปล่อยราคาขึ้น sm มักมี trick เด็ดอีกอันนึง คือเปิด short order ใหญ่ทีเดียว เพื่อให้ราคาวิ่งลง จนดูเหมือนว่ามันจะ break out ลงข้างล่าง เพื่อล่อลวงแมงเม่าให้เข้ามาเปิด short ให้มากที่สุด แล้ว sm ก็ buy สวน ให้ราคากลับมาในอยู่ใน zone เดิม lock แมงเม่าผู้น่าสงสารไว้ หลังจากนั้น ไม่ว่าใครก็น่าจะมองออกแล้วว่าราคามันไม่ลงไปแล้ว ก็จะเกิด demand ขึ้นในใจของ mass ในขณะที่ไม่มี supply ในตลาด คงไม่ต้องบอกว่าเหตุการณ์ต่อไปเกิดอะไรขึ้น

MarkUp
ถึงตอนนี้ sm นั่งเฉยๆ ดูราคาวิ่งขึ้น เมื่อราคาวิ่งขึ้นไประดับหนึ่ง ก็จะมี mass บางส่วน ปล่อยของทำกำไร ทำให้ราคาตกกลับมา แต่sm จะต้องรักษาเทรนด์เอาไว้เพื่อให้ราคาวิ่งขึ้นต่อจนถึงจุดที่น่าพอใจ แต่ต้องการใช้เงินน้อยที่สุดเค้าจึงทำเพียงแค่หยุดราคาที่ตกเอาใว้ โดยจุดที่เค้ายอมให้มันลงต่ำสุด จนต้องเข้าแทรกคือจุดบนสุดของ accumulation zone แต่หลายครั้งที่ sm ไม่ต้องแทรกแซงใดๆ mass เป็นผู้ดันราคากันขึ้นไปเองด้วยtrend lineบ้าง ด้วยfiboบ้าง ทำให้ sm ได้กำไรแบบเนื้อๆ แค่นั่งดูเฉยๆ

Distribution
เมื่อราคาถึงจุดที่น่าพอใจแล้ว sm ก็จะทำการหลอกล่อให้ mass เชื่อว่าราคามันจะวิ่งขึ้นต่อ เช่นการทำ new high ราคาวิ่งทะลุเส้นแนวต้าน เพื่อให้ mass เชื่อว่าราคาจะขึ้น แล้วเปิด long order โดยจับคู่กับการขายของsm (ปิด long position) ถ้าราคาวิ่งลงมา sm ก็จะดันราคากลับไปใหม่อีก ทำให้เราเห็น pattern จำพวก double top, tripple top, head and shoulder จนเมื่อใกล้หมดก็ปล่อยของทีเดียวหมด ฟาดกำไรจนอิ่ม supply ล้นตลาด ในขณะที่ราคายังสูงอยู่ คงไม่ต้องบอกว่าราคาจะวิ่งลงเร็วขนาดไหน เมื่อมีการขาย (ปิด long position) lot ใหญ่ และยิ่งวิ่งลงเร็วขึ้นเมื่อ mass เกิด panic

MarkDown
เมื่อราคาวิ่งลงมาถึงจุดที่ sm มั่นใจว่าจะปั่น demand ได้อีกครั้งก็จะทำการ mark ช่วงราคาที่จะเริ่มทำ accumulation อีกครั้ง

แล้ว mass ล่ะ mass สามารถเป็นผู้ผลักดันให้เกิดเทรนด์ได้หรือไม่ คำตอบคือได้ นั่นคือช่วงข่าวแรงๆ
แต่หากมองในมุมของ sm แล้ว ถ้าข่าววิ่งทิศเดียวกับ sm sm ก็ยิ่งได้กำไร ถ้าวิ่งทิศตรงข้าม จะกลายเป็นการเปิดโอกาสให้ sm สามารถเปิด order เพื่อจับคู่กับ mass ทีเดียวเป็นจำนวนมากๆ ได้ โดยที่ mass ไม่รู้ตัวเลย

จากกระบวนการทั้งหมดจะพบว่า เมื่อใดก็ตามที่เราขายจับคู่กับ sm ซื้อ หรือเราซื้อจับคู่กับ sm ขาย เราจะมีโอกาสขาดทุนสูงเสมอ เมื่อใดก็ตามที่เรา buy ที่ราคานี้ ก็คือกำลังมีอีกคนที่ขายให้เราที่ราคานี้ และเมื่อใดก็ตามที่เราขายที่ราคานี้ ก็คือกำลังมีอีกคนที่ซื้อของเราไปที่ราคานี้ ตามระบบการจับคู่ ก่อนเปิด order ให้หยุดนิดนึง แล้วดูว่าใครกันที่อยู่อีกฝั่งหนึ่งของเรา

Buyer/Seller อีกฝั่งหนึ่งที่คุณลืมนึกถึง

ศึกษาข้อมูลได้ที่ http://siammetatrader.com/index.php/topic,102.0.html
 
Copyright © เสริม EXNESS Blogger Theme by BloggerThemes & newwpthemes Sponsored by Internet Entrepreneur